Today Saturday, 12th September 2026
Churchillmining

Beyond the reel

ฮีทสโตรก ภัยร้ายที่มาช่วงหน้าร้อน ระวัง วูบไม่รู้ตัว 

ฮีทสโตรก ภัยร้ายที่มาช่วงหน้าร้อน ระวัง วูบไม่รู้ตัว 

ฮีทสโตรก (Heat Stroke) เป็นภาวะอันตรายที่เกิดจากความร้อนในร่างกายสะสมสูงเกินไป ซึ่งอาจส่งผลให้ระบบควบคุมอุณหภูมิในร่างกายทำงานผิดปกติและไม่สามารถระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ร่างกายเกิดอาการวูบและหมดสติอย่างฉับพลัน ภาวะนี้มักเกิดขึ้นในช่วงหน้าร้อน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูงและความชื้นสูง การตระหนักถึงสัญญาณเตือนและการป้องกันฮีทสโตรกจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม 

ฮีทสโตรก คืออะไร?  

ฮีทสโตรก หรือ โรคลมแดด คือภาวะที่ร่างกายมีอุณหภูมิสูงเกินกว่า 40 องศาเซลเซียส เนื่องจากการสัมผัสกับความร้อนเป็นเวลานาน ทำให้ระบบควบคุมอุณหภูมิในร่างกายไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นจนเกิดผลกระทบต่อระบบต่างๆ เช่น สมอง หัวใจ และกล้ามเนื้อ ภาวะนี้หากไม่ได้รับการรักษาทันที อาจนำไปสู่ภาวะล้มเหลวของระบบอวัยวะสำคัญและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต 

ฮีทสโตรกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ได้แก่ 

  1. ฮีทสโตรกจากการทำกิจกรรม (Exertional Heat Stroke) เกิดขึ้นเมื่อบุคคลทำกิจกรรมที่ใช้พลังงานมากในสภาพแวดล้อมที่ร้อน เช่น การออกกำลังกายหรือทำงานกลางแจ้งในช่วงเวลาที่มีแดดแรง 
  1. ฮีทสโตรกจากสภาพอากาศ (Non-exertional Heat Stroke) มักเกิดขึ้นในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัวซึ่งร่างกายไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศที่ร้อนจัดได้ โดยอาจเกิดขึ้นแม้ไม่ได้ทำกิจกรรมที่ใช้พลังงานมาก 

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของฮีทสโตรก 

ฮีทสโตรกเกิดจากการที่ร่างกายสะสมความร้อนมากเกินไปและไม่สามารถระบายความร้อนได้เพียงพอ ปัจจัยเสี่ยงหลัก ๆ ที่ทำให้เกิดภาวะฮีทสโตรก ได้แก่  

  • อุณหภูมิสูงและความชื้นสูง ในช่วงฤดูร้อนหรือวันที่อากาศร้อนจัด หากอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน ร่างกายจะสะสมความร้อนมากเกินไป ซึ่งความชื้นสูงยังส่งผลให้เหงื่อไม่สามารถระเหยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ 
  • การขาดน้ำ เมื่อร่างกายขาดน้ำ การระบายความร้อนจะทำได้ยากขึ้น ร่างกายจึงเสี่ยงที่จะเกิดฮีทสโตรก 
  • การออกกำลังกายหรือทำงานหนักกลางแจ้ง: กิจกรรมที่ใช้พลังงานมากในสภาพอากาศที่ร้อนจัดสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อฮีทสโตรกได้ 
  • โรคประจำตัวและการใช้ยา ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน หรือผู้ที่ใช้ยาบางประเภท เช่น ยาขับปัสสาวะ หรือยาลดความดันโลหิต อาจเสี่ยงต่อการเกิดฮีทสโตรกมากขึ้น เนื่องจากร่างกายไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่ร้อนได้ดีเท่าคนทั่วไป 

อาการของฮีทสโตรก 

อาการของฮีทสโตรกมักเริ่มต้นจากการเป็นตะคริวจากความร้อน (Heat Cramps) หรือภาวะอ่อนเพลียจากความร้อน (Heat Exhaustion) โดยหากไม่ได้รับการช่วยเหลือหรือพักผ่อน ร่างกายจะพัฒนาสู่ภาวะฮีทสโตรกซึ่งเป็นอันตรายมากขึ้น อาการที่พบบ่อย ได้แก่  

  • อุณหภูมิร่างกายสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส อาการที่สำคัญที่สุดของฮีทสโตรกคืออุณหภูมิร่างกายสูงผิดปกติ 
  • เหงื่อไม่ออก แม้จะอยู่ในสภาพอากาศที่ร้อนจัด แต่ร่างกายจะหยุดผลิตเหงื่อเนื่องจากระบบควบคุมอุณหภูมิไม่ทำงาน 
  • ผิวหนังแห้ง แดง และร้อน ผิวของผู้ป่วยจะมีลักษณะแห้งและร้อนผิดปกติ 
  • ปวดศีรษะ ผู้ป่วยมักจะมีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง 
  • คลื่นไส้และอาเจียน อาการเหล่านี้เกิดขึ้นเนื่องจากร่างกายไม่สามารถรับมือกับความร้อนที่สะสมได้ 
  • หายใจเร็วและชีพจรเต้นเร็ว เมื่อร่างกายพยายามลดอุณหภูมิ หัวใจจะเต้นเร็วขึ้นและหายใจถี่ขึ้น 
  • สับสน มึนงง หรือหมดสติ อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่าร่างกายอยู่ในภาวะวิกฤตที่ต้องได้รับการช่วยเหลือทันที 

ฮีทสโตรก เป็นภาวะอันตรายที่สามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงหน้าร้อน โดยเฉพาะในผู้ที่ทำงานหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง การรู้จักสัญญาณเตือนและการป้องกันฮีทสโตรกเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการ  

Jared Frazier

Related Posts